เดือน: กันยายน 2017

เสริมดั้งฟีเวอร์ เสริมจมูกเปลี่ยนชีวิต

เสริมดั้งเปลี่ยนชีวิต

ยุคนี้กลายเป็นยุคเสริมดั้งฟรีว่ากันไปสะแล้วจากแต่ก่อนที่ไม่ค่อยมีคนยอมรับสักเท่าไหร่นะไม่ว่าดารานักร้องจะไปทำก็จะโดนรุมประณามรุมด่ากันเป็นชุดเป็นแถวแต่ในยุคปัจจุบันปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงไม่มีการปกปิดหรือปิดบังกันอีกต่อไปแล้วใครไปทำเสริมดั้งอะไรมาก็ยอมรับกันอย่างเปิดเผยเช่นอกยอมรับกันเลยทีเดียวเพราะปัจจุบันการเสริมดั้งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกที่ดีให้กับเราแล้วยังช่วยทำให้หนุ่มๆสาวๆมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงหน้าที่การงานก็ดีขึ้นด้วยทำให้ธุรกิจเสริมความงามในปัจจุบันผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

เสริมจมูกเปลี่ยนชีวิต

หนึ่งในศัลยกรรมจมูกที่เรียกได้ว่ายอดฮิตติดชาร์ตกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือการเสริมดั้งเพราะคนไทยส่วนใหญ่ด้านไม่ค่อยโด่งเท่าไหร่นะ จึงชอบที่จะเสริมดั้งให้ดั้งโด่งโด่งๆเหมือนดารานักร้องเกาหลีเน็ตไอดอลพริตตี้สวยๆทั้งหลายทำให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์มากขึ้น

มีพริตตี้ชื่อดังคนหนึ่งยอมรับกับสื่อว่าเธอเคยเสริมดั้งมาแล้วถึง 6 ครั้งเลยทีเดียวหลายคนก็สงสัยว่าทำไมถึงทำถึง 6 ครั้งเธอบอกว่ามันไม่ถูกใจทำมาแล้วก็ไปแก้ใหม่จนมาทำครั้งที่ 7 นี่แหละถึงชอบทรงจมูกทรงนี้

มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งที่เป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศไทยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องปกติที่หลายๆคนมักจะเสริมดั้งหลายครั้งบางคนทำ 5 ครั้ง 4 ครั้งหรือบางคนทำเป็น 10 ครั้งก็เคยเจอเหมือนกัน

คุณหมอยังกล่าวถึงจมูกที่เป็นอวัยวะที่โดดเด่นบนบนใบหน้าว่าจมูกเป็นอวัยวะสำคัญหากเราปรับแต่งตกแต่งให้สวยแล้วเนี่ยก็จะทำให้ใบหน้าของเราเนี่ยดูสวยขึ้นบางครั้งหน้าก็เรียวขึ้นช่วยให้หน้าหวานขึ้นแต่คำถามที่เรามักจะเจอหรือตั้งคำถามกันนั่นก็คือจะทำจมูกที่ไหนจะทำจมูกทรงแบบไหนและจะทำจมูกกับใครถึงจะสวยถูกใจและมีความปลอดภัยทำครั้งเดียวไม่ต้องแก้ไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบนี่แหละเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ

ดูเพิ่มเติมที่ https://www.รีวิวโรงพยาบาลเอเซีย.com/รีวิวเสริมจมูก/

คุณหมอย้ำกับเราว่าการเสริมดั้งนั้นไม่ใช่ว่าจะทำให้จมูกโด่งดงดงดงอย่างเดียวอย่าคำนึงถึงความโด่งอย่างเดียวและไม่ได้หมายความว่าจมูกแบบนั้นจะสวยเข้ากับใบหน้าของเราการเสริมดั้งเหมือนเป็นการทำงานศิลปะชิ้นหนึ่งแต่เป็นศิลปะที่ต้องใช้วิทยาการทางการแพทย์เข้ามาช่วยดังนั้นบางครั้งการทำจมูกให้โด่งเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่คำตอบของความสวยงามสิ่งสำคัญที่สุดในการทำจมูกคือทำแล้วเข้ากับใบหน้าของเราดูเป็นธรรมชาติไม่แข็งไม่ดูทื่อนี่คือสิ่งสำคัญ

รีวิวตัดกราม กับทางโรงพยาบาลเอเชียคอสเมติก

รีวิวตัดกราม กับทางโรงพยาบาลเอเชียคอสเมติก

ตัดกรามกับคุณหมอทนงศักดิ์ หลังจากที่เราตัดสินใจอยู่นานว่าเราจะฉีดโบท็อคหรือว่าทำศัลยกรรมดี เพราะถ้าฉีดโบคือเราไม่ต้องพักฟื้นนานเห็นผลเร็วแต่มันไม่ถาวร เราก็ตัดสินใจทำศัลยกรรมไปเลย มันคงไม่บวมจนไปไหนมาไหนไม่ได้เป็นเดือนๆมั้ง555 หลังจากตัดสินใจได้เราก็เริ่มหาสถานที่ทำ คือมันเยอะมากๆ เราหาจนแบบท้อแล้วอ่ะ โทรสอบถามไปเรื่อยตัดสินใจไม่ได้สักที

จนมาเจอโรงพยาบาลเอเซียคอสเมติก มันเด้งมาหน้าเฟส เราก็เลยลองทักเฟสไปสอบถามดูค่ะ เค้าก็ให้เราส่งรูปเข้าไปประเมินก่อนตัดกราม ส่งมาตรฐานของโรงพยาบาลมาให้ดู เราก็เลยเริ่มรู้สึกว่ามันแตกต่างจากที่เราเคยโทรไปถามผ่านๆมา ก็เลยตัดสินใจโทรเข้าไปจองคิวพบคุณหมอ จองทางอินบอคเฟสรู้สึกไม่มั่นใจ

พอเราจองคิวตัดกรามแล้วถึงวันนัดทางโรงพยาบาลก็นัดเวลาเข้าไปประมาณ9โมง ไปถึงกรอกประวัติ แล้วก็รอพบคุณหมอ พอได้พบหมอก็อธิบายเรื่องเทคนิคการทำจะเปิดแผลตรงไหน ตัดบริเวณไหนออกประมาณนี้ค่ะ ทำความเข้าใจที่ตรงกันแล้ว เราก็ตัดสินใจที่จะผ่าตัดที่นี่ คุณหมอท่านก็แจ้งว่าเป็นผ่าตัดใหญ่นะ ต้องมีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดกราม มีการตรวจร่างกาย งดน้ำงดอาหาร ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนัดหมายให้กับเรา พอดีวันนั้นเราว่างทั้งวันไม่ได้ไปไหน ก็เลยไปตรวจร่างกายไว้เลย แล้วนัดผ่าตัดอีก2วันถัดไป

ตัดกราม เหลากราม
ตัดกราม เหลากราม

ถึงวันผ่าตัดกรามก็ไปตั้งแต่ช่วงเช้าเลยค่ะ เตรียมตัวไว้ก่อน ไปถึงเจ้าหน้าก็พาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมความพร้อม วัดความดัน แล้วก็รอคุณหมอ พอถึงเวลาผ่าตัดคุณหมอวิสัญญีก็มาให้ยาสลบเรา รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาในห้องพักแล้ว นอนที่โรงพยาล1คืน คืนแรกนี่หลับอย่างเดียวเลย หน้ามึนๆมาก พอหลังจากนั้นกลับบ้านก็จะมีเจ้าหน้าที่โทรมาเช็คอาการ อาการเราอาทิตย์แรกก็บวม เจ็บตรงแผลบ้างจี๊ดๆ กังวลที่อาการบวมค่ะ อาทิตย์กว่าๆได้มั้งเราถึงออกไปข้างนอกได้ มันก็ยังบวมอยู่แต่ไม่ได้น่าเกลียด

หลังจากนั้นก็ยุบบวมลงเรื่อยๆ เราพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด จะได้หายไวๆ ปัจจุบันเราทำได้เดือนกว่าแล้ว ยุบบวมลงกว่าเดิมเยอะ แต่ก็ยังไม่เต็มที่ต้องรอดูอีก เพราะเรามีนัดกับโรงพยาบาลตรวจต่อเนื่อง6เดือน ถ้ามีโอกาสจะมาอัพเดทอีกนะคะ ผ่านไปด้วยดีการทำศัลยกรรมตัดกรามผ่าตัดใหญ่555 ตอนแรกกลัวมาก พอเอาเข้าจริงเราก็ผ่านมันไปได้ ไม่ได้หน้ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้เลย ขอบคุณคุณหมอและพี่ๆพนักงาน โรงพยาบาลเอเซีย ที่ดูแลเราอย่างดี ประทับใจค่ะ