ระยะเวลาในการจัดฟันแบบใส Invisalign

จัดฟันแบบใส Invisalign ต้องจัดกี่ปี

โดยทั่วไปแล้วใช้เวลานานมากแค่ไหนในการจัดฟันแบบใสนานที่สุดใช้เวลานานกี่ปีตอนนี้ที่ทำอยู่นั้นนานมากที่สุดก็คือ 2 ปี

การดูแลความสม่ำเสมอมีผลต่อการเคลื่อนที่ของฟันยังไงบ้างคะ
ความสม่ำเสมอในการดูแลมีผลต่อการเคลื่อนฝันแน่นอนการจัดฟันแบบใสเป็นเครื่องมือแบบถอดได้เพราะฉะนั้นถ้าเครื่องมือไม่อยู่ในปากมันก็จะไม่เคลื่อนแล้วก็การจัดฟันแบบใสหรือสะลายต้องการการใส่อย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวันนั่นก็หมายความว่าต้องใส่เครื่องมือตลอดเวลานอกจากเวลาการรับประทานอาหารการแปรงฟันเท่านั้น

การจัดฟันแบบใส

การดูแลรักษาต้องทำอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม
ที่สำคัญเลยก็คือการทำความสะอาดทั้งฟันลาวและตั๋วเครื่องมือถ้าสมมุติว่าเราปล่อยให้มีเศษอาหารติดที่ฟันเราแล้วเราไม่เอาออกแล้วเราใส่เครื่องมือ invisalign กำลังจะเคลื่อนฟันไปในตำแหน่งนั้นมันก็เคลื่อนที่ไม่ได้เศษอาหารก็จะไปขวางการเคลื่อนที่ และหากเราไม่แปรงเครื่องมือให้สะอาดมีหินปูนมาเกาะเครื่องมือก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับการจัดฟันแบบใสเหมาะกับผู้ป่วยแบบใดบ้าง

สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยก็คือคนไข้ต้องเป็นคนที่มีวินัยในตัวเองในการใส่เครื่องมือดังนั้นถามตัวเองดูก่อนว่าเรามีวินัยกับตัวเองหรือไม่ถ้าไม่มีวินัยก็จบเลยถ้าคุณไม่มีประโยชน์อะไร

อย่างที่สองก็คือการทำความสะอาดฟันให้ดีส่วนข้อที่ 3 ก็คือเป็นความต้องการของคนไข้ที่อยากจัดฟันแต่ไม่อยากให้เห็นเครื่องมือก็แบบนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ค่อนข้างตอบโจทย์เลยทีเดียว

จัดฟันแบบใสเจ็บหรือไม่

โดยทั่วไปแล้วคนไข้ก็จะมีอาการเจ็บอยู่ประมาณแค่ 3 วันแต่ถ้าจัดแบบเหล็กก็จะมีอาการเจ็บเป็นอาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์นั่นหมายความว่าการจัดฟันแบบใสช่วยลดความเจ็บปวดลงด้วยระยะเวลาในการจัดก็สั้นลงสำหรับเด็กๆก็จะมี invisalign รุ่นทีนซึ่งเป็น invisalign ที่เป็นมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ

สำหรับการใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใส invisalign จริงๆแล้วเมื่อเราได้เครื่องมือมาปุ๊บคุณหมอก็จะมีการสอนคนไข้ทุกคนอยู่แล้วลักหลักเลย ความอุปการให้ตรงตำแหน่งฟันแล้วค่อยๆไล่กดให้มันลงทีละสิคือลงหรือไม่ลงคนไข้จะสัมผัสได้เลยเพราะถ้าลงเครื่องมือจะแนบฟันฟรีแต่ถ้าเกิดไม่ลงหรอกพอดีก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรค้างค้างติดฟันอยู่เวลาถอดก็ทำได้ง่ายใช้การเกี่ยวขึ้นแล้วก็แกะออกได้เลย

แต่อย่าลืมสิ่งสำคัญนั่นก็คือการทำความสะอาดฟันรวมไปถึงการทำความสะอาดเครื่องมือด้วยเพื่อไม่ให้มีเศษอาหารติดค้างอยู่ไม่อย่างนั้นก็จะไปขัดขวางการเคลื่อนที่ของฟันได้และผลลัพธ์ในการเคลื่อนฟันก็อาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพเต็ม 100% และอย่าลืมว่าในหนึ่งวันเราต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันให้ได้อย่างน้อยวันละ 22 ชั่วโมงเพื่อเป็นไปตามแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม อยากหน้าเรียวต้องรู้ไว้

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หน้าเรียว

การมีใบหน้าเรียวเล็กย่อมเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนต้องการอยู่แล้ว แต่ด้วยพันธุกรรม ทำให้แต่ละคนเกิดมามีรูปร่างใบหน้าที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะผู้ที่มีใบหน้ากว้าง เนื่องจากมีไขมันสะสมอยู่บริเวณใบหน้า จึงทำให้แก้มป่อง ทำให้ใบหน้าดูสั้นไม่ได้สัดส่วน แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำศัลยกรรมลดกระพุ้งแก้ม เป็นวิธีการผ่าตัดที่สามารถช่วยแก้ปัญหาอย่างถูกวิธีมากที่สุด เพราะจะช่วยให้ใบหน้าของเราเรียวเล็กขึ้นได้ สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจะไปตัดไขมันแก้ม วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี ดูที่นี่

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดีที่สุด

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของแก้มลง โดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออกมา มีผลทำให้ใบหน้ามีขนาดเล็กลง การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการขจัดไขมันที่อยู่ลึกลงในระหว่างกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร จะมีความแตกต่างจากไขมันโหนกแก้ม ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ตื้นในระดับผิวหนัง การมีไขมันกระพุ้งแก้มมากเกินไปจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แก้มป่อง ดังนั้นการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม จึงเป็นวิธีที่สามารถขจัดปัญหาแก้มป่องได้อย่างถาวร

ใครสามารถผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้บ้าง

การแก้ปัญหาแก้มป่องด้วยการลดน้ำหนัก ไม่สามารถขจัดไขมันในส่วนนี้ออกไปได้ ถึงแม้ว่าน้ำหนักตัวจะลดลงแล้วก็ตาม การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของรูปหน้าให้เรียวเล็กได้อย่างถาวร แต่โดยปกติแล้ว ไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น แต่หากเป็นปัญหาที่เกิดจากพันธุกรรม ไขมันจะไม่ลดลง ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการผ่าตัด เพื่อขจัดไขมันส่วนนี้ออกไป ผู้ที่เหมาะสำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและต้องมีปัญหาแก้มป่องที่เกิดจากพันธุกรรมเท่านั้น เพราะมิฉะนั้น อาจจะทำให้เกิดปัญหาแก้มตอบเมื่อมีอายุมากขึ้นได้

รีวิวศัลยกรรมแก้ตาสองชั้นไม่เท่ากัน

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องศัลยกรรมความงามเกี่ยวกับปัญหา ตาสองชั้น ไม่เท่ากัน เราจึงไปกันที่คลีนิคเสริมความงามเพื่อปรึกษากับคุณหมอศัลยกรรมตาโดยเฉพาะครับ

ตาสองชั้น

ทำศัลยกรรมตาสองชั้น  แก้ปัญหาตาสองชั้นไม่เท่ากัน

หลังจากที่หาข้อมูลแล้วก็ปรึกษาเกี่ยวกับการทำตาสองชั้นมาหลายที่มากๆ แล้ว จนเรามาจบที่นี่ฝรั่งเศาที่ได้อ่านโปรไฟล์แล้วก็ค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือของคุณหมอ ความจริงนอกเหนือจากการทำตาสองชั้นแล้วก็สนใจอยากทำจมูกอยู่เหมือนกัน

สำหรับเพื่อนกันทำศัลยกรรมตาสองชั้นหลายๆ คน คนนี้ค่อนข้างเลือกแบรนด์ของคลินิกแต่จริงๆ แล้วเราควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผู้รักษามากกว่า

หลังจากที่ได้คุยกับคุณหมอคุณหมอก็บอกว่าเรามีปัญหาเรื่องหนังตาด้านขวาที่ไม่มีฉันชัดเจนหมอก็จะทำศัลยกรรมให้เปลือกตามีฉันขึ้นมาฉันจะได้ชัดเจนมากขึ้นเพราะว่าฉันตอนนี้ไม่เท่ากันโดยการทำศัลยกรรมคุณหมอจะทำศัลยกรรมตาทั้ง 2 ข้างเลย เป็นการผ่าตัดเปิดแผลเล็กเพื่อที่จะเย็บชั้นตาให้มันเท่ากัน แล้วก็เน้นความเป็นธรรมชาติแบบเกาหลีชั้นตาจะไม่ใหญ่ไม่โอเวอร์มากเกินไปเพราะเทคนิคการ ศัลยกรรมตาสองชั้น แบบเกาหลีจะเน้นความเป็นธรรมชาติ

ใช้ Nose secret เสี่ยงจมูกติดเชื้อ จมูกเน่า มีคำแนะนำ

กระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือน ระวังจมูกเน่า

เพราะปัจจุบันกระแสศัลยกรรมมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการ ศัลยกรรมจมูก ล่าสุดที่นิยมในปัจจุบันทำจมูกโด่งโดยไม่ต้องศัลยกรรมจมูกโดยใช้อุปกรณ์ที่มีชื่อว่าโนสซีเคร็ทใช้สอดเข้าไปบริเวณโพรงจมูกทำให้จมูกดูโด่งขึ้น ปลายจมูกเชิดขึ้น คือทำดั้งโด่งโดยไม่ต้อง ศัลยกรรมจมูก ซึ่งล่าสุดทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใส่โนสซีเคร็ทว่า เสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้จมูกเอียง จมูกเบี้ยว จมูกทะลุ และอาจทำให้ถึงชีวิตได้หากอุปกรณ์เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจ

Nose secret

Nose secret

รายละเอียดในการประกาศครั้งนี้รายงานโดยนายแพทย์สุวรรณชัยผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขยอมรับว่าวัยรุ่นไทยในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจ การศัลยกรรมเสริมความงามไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมหน้าเรียว การศัลยกรรมจมูกโด่ง การศัลยกรรมตา เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นที่ประทับใจของคนอื่นๆ โดยนายแพทย์ให้คำแนะนำว่าในการเลือกทำศัลยกรรมศัลยกรรมจมูก ควรเลือกทำศัลยกรรมจมูกกับคลีนิคที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานและมีแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางเพื่อความปลอดภัยแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงคือมีกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่มใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้ถูกหลักทางการแพทย์ซึ่งอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ซึ่งตอนนี้ที่นิยมกันเรียกว่า Nose secret

Nose secret เป็นอุปกรณ์ที่ทำขึ้นมาจากพลาสติกมีลักษณะโค้ง ความยาวมีทั้งแบบสั้นและยาวหลายขนาดให้เลือกแล้วแต่คนลักษณะการใช้งานเพื่อใส่เข้าไปในรูจมูก 2 ข้างเมื่อใส่แล้วจะทำให้จมูกดูโด่งขึ้นและยกปลายจมูกให้ดูเชิดขึ้นซึ่ง เชื่อกันว่าจะทำให้ดั้งโด่งโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมจมูก แต่หากใช้กันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อบริเวณจมูกได้และมีความเสี่ยงที่วัสดุจะหลุดเข้าไปติดตรงช่องหลอดลมและส่งผลถึงชีวิตได้ ศัลยกรรมจมูก

ทางด้านศัลยแพทย์ตกแต่งโรงพยาบาลราชวิถีให้คำอธิบายว่าจมูกเป็นอวัยวะที่อยู่ตรงกลางใบหน้าและยื่นออกมามีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายพีระมิดอยู่ระหว่างหน้าผากดวงตาทั้งสองข้างลักษณะของด้านแต่ละคนนั้นก็ต่างกันออกไปโครงสร้างของจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนบริเวณปีกจมูกและกระดูกอ่อนปลายจมูกและภายในประกอบด้วยเนื้อเยื่ออ่อนอ่อนจำนวนมากและผิวหนังที่หุ้มจมูกอยู่ด้านนอกจะมีลักษณะแข็งเด็กน้อยและเนื้อตรงปีกจมูกจะแข็งกว่าตรงบริเวณปลายจมูกดังนั้นการใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่าโนสซีเครทสอดใส่เข้าไปหากไม่ใช้ด้วยความระมัดระวังแล้วอาจทำให้จมูกอักเสบได้เพราะตนดังกล่าวมีความแข็งตัวทำจากพลาสติกหากใช้เป็นเวลานานๆก็จะเกิดการกดทับบริเวณภายในโพรงจมูกอาจทำให้มีรอยทะลุเป็นแผลและเกิดการติดเชื้อหากมีการกดทับกระดูกอ่อนก็จะทำให้รูปทรงจมูกผิดเพี้ยนได้การรักษาก็ทำได้ยากโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าไม่ควรใช้ nose secret โดยเฉพาะเวลานอนเพราะมีความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะหลุดเข้าไปยังช่องหลอดลมและเสี่ยงต่อการกดทับกระดูกอ่อนทำให้กระดูกอ่อนตายและทำให้จมูกผิดรูปได้

>>>> เสริมดั้งฟีเวอร์ เสริมจมูกเปลี่ยนชีวิต

การจัดฟันด้วยเครื่องมือแบบใส invisalign ดีหรือไม่

อยากรู้ว่าการจัดฟันแบบใสดีหรือไม่ดี มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้นะครับผู้เข้ารับบริการทางด้านทันตกรรมเพิ่มความต้องการขึ้นมากเลยทีเดียว บางคนเข้าไปพบหมอฟันเพราะอยากที่จะมีฟันเรียงสวยแต่ว่าไม่สามารถที่จะติดเครื่องมือติดแน่นแบบโลหะ หรือจัดฟันแบบเหล็กดัดแบบทั่วไปได้

invisalign

Invisalign การจัดฟันด้วยเครื่องมือแบบใส

ซึ่งกรณีดังกล่าวแบบนี้ทางทันตแพทย์และก็นักวิจัยก็พยายามที่จะร่วมกันพยายามที่จะคิดค้นวิธี หรือคิดค้นประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ เพื่อะตอบสนองความต้องการของคนไข้

หลายคนก็อยากทราบว่าเครื่องมือจัดฟันแบบใส จริงๆ แล้วมันดีหรือไม่ดี ซึ่งเครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถแยกออกได้เป็น 2 อย่าง อย่างแรกก็คือเป็นเครื่องมือแบบใสที่ใช้ในการจัดฟันแบบถอดได้ แล้วอย่างที่สองก็คือเป็นเครื่องมือจัดฟันแบบใสแต่ใช้ติดแน่นลงบนตัวฟัน

เครื่องมือจัดฟันแบบใสแบบถอดได้

อุปกรณ์จัดฟันตัวนี้มีข้อดีก็คือ คนไข้สามารถที่จะถอดเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ได้ในบางครั้งที่ไม่จำเป็น หรือว่าไม่อยากที่จะใส่เครื่องมือ แต่เครื่องมือจัดฟันแบบใสที่เป็นแบบถอดได้ก็มีข้อเสียตรงที่ว่าแรงที่ใช้ในการจัดฟันไม่ได้อยู่ในมือของหมอ แต่อยู่ในมือของคนไข้ ที่นี้ถ้าเกิดคนไข้มีวินัยไม่พอ ไม่สามารถที่จะใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสได้ในเวลาที่มากเพียงพอตามที่แพทย์บอก ก็จะทำให้การเคลื่อนฟันไม่ประสบความสำเร็จ ผลการรักษาก็จะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งอันนี้ก็จะแตกต่างกับเครื่องมือจัดฟันแบบใสชนิดติดแน่นลงบนตัวฟัน

เครื่องมือจัดฟันแบบใสแต่ติดแน่นลงบนตัวฟัน

กรณีการจัดฟันแบบนี้จะให้ผลการรักษาที่ไม่แตกต่างกับการจัดฟันแบบติดแน่นที่เป็นโลหะเลย เครื่องมือจัดฟันแบบใสที่ติดเน็ตลงบนตัวฟัน มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แปลว่าด้วยเทคโนโลยีและวัสดุก็จะเป็นพวกอะคริลิคหรือเป็นเรซิ่นก็ตามยังมีราคาที่สูงกว่าตัวโลหะ และนอกจากนั้นการเคลื่อนของฟันก็อาจจะเคลื่อนไปได้ช้ากว่าการใช้เครื่องมือติดแน่นแบบโลหะเล็กน้อย เนื่องจากวัสดุต่างๆ เหล่านี้มีสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานระหว่างผิวของวัสดุกับรวดสูงกว่าตัวแบล็คเก็ตหรือตัวเครื่องมือโลหะที่ใช้จัดฟันแบบปกติ

แต่อย่างไรก็ตามเครื่องมือจัดฟันแบบใสแต่ว่าที่เป็นแบบติดแน่นลงบนตัวฟัน ภายหลังการรักษาแล้วให้ผลการรักษาที่ไม่แตกต่างกันจับเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะธรรมดาที่ใช้ทั่วไป

ดังนั้นลองเลือกดูว่าจะใช้เครื่องมือจัดฟันแบบใด จะเป็นแบบใสถอดได้หรือแบบใสแบบติดแน่น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เอง ก็มี 2 แบบใด แล้วลองถามตัวเองหรือว่าคุณสามารถควบคุมตัวเองมีวินัยกับตัวเองมากพอหรือไม่ และมีงบประมาณมากน้อยเพียงใดก็เลือกเอาตามที่เรามีงบประมาณ

การจัดฟันแบบมัดยาง vs การจัดฟันแบบไม่มัดยาง

มีคำถามเกี่ยวกับการจัดฟัน ระหว่าง การจัดฟันแบบมัดยาง vs การจัดฟันแบบไม่มัดยาง วิธีการจัดฟันแบบมัดยางเป็นวิธีการใช้ยางมัดลวดเอาไว้กับเครื่องมือจัดฟัน ส่วนอีกแบบคือแบบไม่ต้องมัดยางหรือที่เรียกว่า Self ligating Bracket วิธีนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้ยางผู้มามัด เพราะว่าในตัวของมันมีประตูเปิดปิดในตัว เปิดประตูใส่ลวดเข้าไปรับปิดประตูลวดก็จะถูกล็อกเอาไว้โดยไม่ต้องใช้ยาง เป็นกลไกของอุปกรณ์ชนิดนี้เพื่อยึดลวดให้ติดกับเครื่องมือโดยไม่ต้องใช้ยาง

จัดฟันแบบมัดยาง VS จัดฟันแบบไม่มัดยาง

จัดฟันมัดยาง

ข้อดีของการจัดฟันแบบ Self ligating Bracket

สาเหตุที่มีการคิดค้นอุปกรณ์เครื่องมือจัดฟันแบบ Self ligating Bracket ขึ้นมาก็เพราะว่าเวลาเรามัดยางกับลวดจัดฟันเวลาผ่านไปประมาณ 3 อาทิตย์ ยางก็จะเริ่มเสื่อมพอยางเสื่อม คุณสมบัติในการที่จะมัดลวดให้แน่นๆ กับตัวเครื่องมือจัดฟันมันก็ลดลง เพราะฉะนั้นนั่นก็หมายความว่าถ้าเวลาคนไข้มาปรับลวดเปลี่ยนยางพอผ่านไป 2 อาทิตย์ อาทิตย์ที่ 3 ลวดก็จะเริ่มไม่ทำงานแล้ว เนื่องจากยางมันเสื่อมประสิทธิภาพลง มันก็จะไม่รัดแน่นเหมือน 2 อาทิตย์แรก เพราะฉะนั้นพอยางไม่รัดแน่นคุณสมบัติในการทำงาน ในการเลื่อนฟันก็ลดลง ฉะนั้นก็เลยมีความจำเป็นที่ต้องมาหาหมอทุก 4 สัปดาห์เพื่อที่จะมาเปลี่ยนยางใหม่ ไม่งั้นมันก็จะไม่ทำงานแบบต่อเนื่อง ทำให้ระยะเวลาในการรักษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกที่เราต้องการให้ฟันเรียงตัวมันก็จะใช้เวลานานขึ้น

จัดฟันไม่มัดยาง

ส่วนการจัดฟันแบบ Self ligating Bracket นั้นจะสามารถเรียงฟันได้เร็วกว่าแบบมัดยาง แต่เร็วในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเร็วกว่าเป็นปีแต่อาจจะเร็วกว่าประมาณ 4 เดือนหรือ 6 เดือน เพราะการเรียงฟันไม่สามารถที่จะทำได้ในเวลารวดเร็ว และถ้าเกิดว่าเราเร่งเวลาให้เร็วมากเกินไปรากฟันจะถูกทำลาย จะส่งผลเสียกับรากฟันโดยตรง เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในบางคนหากจัดฟันด้วยการมัดยางอาจใช้เวลาประมาณ 3 ปี แต่หากจัดฟันแบบ Self ligating Bracket อาจจะลดลงเหลือ 2 ปีครึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มาหาหมอได้บ่อยหรือเปล่า หากคนไข้ไม่มาหาหมอตามกำหนดก็อาจจะนานมีเวลาไปอีกไม่ว่าจะจัดฟันแบบไหนก็ตาม

ดังนั้นคนไข้จัดฟันทุกคนจำไว้ว่า ไม่ว่าจะจัดฟันแบบไหนก็ตาม จะแบบมัดยางหรือแบบไม่มัดยาง Self ligating Bracket แต่ถ้าเกิดคนไข้ไม่มาตามที่หมอนัด ไม่มาสม่ำเสมอต่อเนื่อง ทั้งหมดทั้งมวลก็จะอยู่ที่ตัวคนไข้ด้วยนะครับ เพราะการพบหมอจัดฟันเพื่อปรับเครื่องมือนั้นมีความจำเป็นอย่างมากที่สุด และสิ่งสำคัญอีกรอบก็คือการดูแลสุขภาพช่องปากขณะจัดฟัน หากเราดูแลไม่สะอาดก็อาจจะทำให้ฟันผุและเป็นโรคเหงือกรวมไปถึงอาจมี โรคอื่นแทรกซ้อนได้

ก่อนจัดฟันต้องเคลียร์ช่องปากให้ดีที่สุดก่อน บางคนใจร้อนอยากรีบติดเครื่องมือจัดฟันเร็วๆ แต่จะขอเตือนไว้ก่อนว่าไม่ต้องรีบร้อน ถ้าเคลียร์ช่องปากไม่ดีอาจจะทำให้เสียเวลาแล้วต้องหรือเครื่องมือ เสียตังค์ เสียเวลา

ความเสี่ยงของการศัลยกรรมปากกระจับ

ศัลยกรรมปากกระจับ ปากบาง คือความเสี่ยงมากกว่าความสวย

ปัจจุบันสาวๆ หลายคนหรือแม้แต่หนุ่มๆนิยมทำศัลยกรรมปากกระจับ/ปากบางมากยิ่งขึ้นถือเป็นอีกหนึ่งศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพื่อให้ริมฝีปากบาง สวยได้รูปกระจับ ส่งผลให้บุคลิกภาพหน้าตาที่ทำให้ดูดีขึ้นมา แต่หลายคนตัดสินใจทำปากกระจับปากบางไม่ได้กังวลว่าจะมีความเสี่ยงต่างๆ ตามมาหรือไม่ หากทำแล้วไม่ได้ดั่งที่คิดก็จะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง เช่น

ศัลยกรรมปากกระจับ

  1. หากแพ้ไม่มีฝีมืออาจทำให้ปากบางมากจนเกินไปเพราะตัดเนื้อบริเวณริมฝีปากออกเยอะเกินไปทำให้เวลายิ้มแทบมองไม่เห็นริมฝีปากเลยก็ได้จะกลายเป็นแบบมากกว่าสวยบางคนเวลายิ้มก็จะเห็นเหงือกเยอะจนไม่สวยงาม
  2. มีปัญหาเรื่องริมฝีปากด้านซ้ายและริมฝีปากด้านขวาไม่เท่ากันซึ่งสาเหตุนี้ต้องดูก่อนว่าก่อนทำศัลยกรรมมีปัญหานี้อยู่แล้วหรือไม่ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแก้ไขปัญหาหากไม่เท่ากันและจะต้องทำการศัลยกรรมเพื่อให้ริมฝีปากทั้งสองด้านเท่ากันไม่อย่างนั้นหลังทำแล้วอาจจะทำให้ปากไม่เท่ากันแล้วแก้ไขได้ยาก
  3. รูปทรงไม่สวยเหมือนที่ต้องการอาจจะรูปทรงแปลกประหลาดคือดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติและสิ่งที่ดีที่สุดคือทำศัลยกรรมแล้วต้องสวยเหมือนธรรมชาติกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือปากแหลมมากเกินไปหรือเปล่ายาวเกินไปทำให้ดูไม่สมส่วนกับใบหน้า
  4. หลังทำศัลยกรรมแล้วไม่สามารถหุบปากสนิท ซึ่งอาจเกิดจากตัดริมฝีปากให้บางลง ทำให้หลายคนมีปัญหาเรื่องการหุบปากไม่สนิท เวลาหุบก็ต้องรู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อ เพราะต้องการให้ริมฝีปากนั้นประกบกันแนบสนิท เพราะบางครั้งริมฝีปากประกบกันแล้วก็ตาม ยังมีช่องโหว่ให้เห็นระว่างริมฝีปากบนกับริมฝีปากล่าง เพราะทำปากบางมากไป หรือกระจับมากไป
  5. ยิ้มเห็นเหงือก สาเหตุมาจากเนื้อริมฝีปากที่ถูกตัดออกมาเกินไป ทำให้เวลายิ้มดูแปลกๆ และเห็นเหงือกมากยิ่งขึ้นจากที่เคยมีริมฝีปากหนาๆ ที่คอยปิดไม่ให้เห็นเหงือก ทีนี้พอทำศัลยกรรมแล้วเรียกได้ว่าเห็นฟันครบทุกซี่จริงๆ
  6. ปากแข็งเป็นไต ทำให้เวลายิ้มรู้สึกตึงๆ คล้ายกับการแสยะยิ้ม คือปากด้านซ้ายขวาไม่เท่ากัน เมื่อลองสัมผัสก็จะรู้สึกมีก้อนเนื้อแข็งๆอยู่ริมฝีปาก
  7. รอยแผลเป็น การผ่าตัดทุกอย่างจะต้องเกิดรอบแผลเป็นอยู่แล้ว แม้แต่การผ่าตัดปากกระจับปากบางก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็นได้เช่นกัน

ศัลยกรรมย่อมมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนก่อนการตัดสินใจทำจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความน่าเชื่อถือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาได้สวยไร้ข้อติ หากตัดสินใจผิดพลาดก็อาจจะต้องเสียใจภายหลังได้เพราะเนื้อที่โดนตัดทิ้งไปก็ไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ จึงควรเลือกสถาบันเสริมความงามที่มีความน่าเชื่อถืออย่าเห็นแก่ของถูกหากไม่อยากชีวิตพังเพียงเพราะการตัดสินใจที่พลาดของคุณ